
กรมการค้าภายใน ร่วมหารือทุกหน่วยงานติดตามการจำหน่ายหน้ากากอนามัย ย้ำยังขาย 2.50 บาทต่อชิ้น หากพบผู้ฉวยโอกาสร้อง 1569 ชี้หน้ากากทางเลือกยังใช้ได้ ล้างมือบ่อยๆ ช่วยป้องกันได้
นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือสถานการณ์สินค้าหน้ากากอนามัย ว่า การประชุมครั้งนี้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา องค์การเภสัชกรรม ผู้ประกอบการผลิตหน้ากากอนามัย ผู้ประกอบการบนแพลตฟอร์ม ลาซาด้า Shopee เฟสบุ๊ก กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท) คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางป้องกันปัญหาการขาดแคลนหน้ากากอนามัยและติดตามสถานการณ์หน้ากากอนามัยในปัจจุบัน

ทั้งนี้ จากการรายงานที่ประชุมจำนวนโรงงานที่ผลิตหน้ากากอนามัยปัจจุบันนั้นอยู่ที่ 30 โรงงาน จากเดิมที่มีอยู่ 11 โรงงาน เนื่องจากมีผู้ประกอบการเข้ามาขอจดทะเบียนจัดตั้งโรงงานผลิตหน้ากากเพิ่มขึ้น และก็คาดว่านะจะทยอยเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การผลิตหน้ากากอนามัยตอนนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 5 ล้านชิ้นต่อวัน จากเดิม 1.2 ล้านชิ้นต่อวัน พร้อมกันนี้ โรงงานที่ผลิตหน้ากากจะเพิ่มกำลังการผลิตอย่างเต็มที่เป็น 100% โดยเป้าหมายยังต้องการให้กับบุคคลากรทางการแพทย์ หน่วยงานที่ใกล้ชิดผู้ป่วย กลุ่มเสี่ยง ให้เข้าถึงเป็นกลุ่มแรก ส่วนราคาจำหน่ายนั้น ยังคงที่ราคา 2.50 บาทต่อชิ้น ยังคงไม่ให้มีการปรับขึ้นราคาแต่อย่างไร
“ส่วนราคาหน้ากากอนามัยที่มีการนำเข้าจากต่างประเทศยังคงหลักเกณฑ์เดิม คือ เพิ่มราคาได้ตามต้นทุนการนำเข้า เช่น เพิ่ม 10% เพิ่ม 23% เป็นต้น ส่วนเรื่องของการส่งออกหน้ากากอนามัยก็ยังต้องขออนุญาตการส่งออกเหมือนเดิม พร้อมกันนี้ กรมฯได้ส่งเจ้าหน้าที่ในการติดตามสถานการณ์ราคา อย่างใกล้ชิดทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ ต่างจังหวัด เพื่อป้องกันการฉวยโอกาส และประสานผู้ประกอบการบนแพลตฟอร์มให้มีการติดตามการจำหน่ายหน้ากากอนามัยเกินราคาด้วย”
นายวัฒนศักย์ กล่าวอีกว่า การผลิตหน่ากากอนามัยในตอนนี้เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาเพราะมีวัตถุดิบในการผลิตที่เพียงพอ และกรมฯยังมองว่าหน้ากากทางเลือก อย่างเช่น หน้ากากผ้าก็ยังสามารถใช้ทดแทนกันได้และสามารถใช้ซ้ำได้ โดยประชาชนสามารถเลือกซื้อเพื่อนำมาใช้ได้ และการล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่างทางสังคม ก็ช่วยป้องกันการติดเชื้อหากประชาชนร่วมกัน ส่วนการติดตามดูแลเรื่องของแอลกอฮอล์ เจลล้างมือ กรมฯก็จะติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มีการจำหน่ายที่เพียงพอต่อไป
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันปัญหาในเรื่องของการจำหน่ายหน้ากาก หรือหน้ากากขาดแคลน ยังไม่มีการร้องเรียนเข้ามาแต่อย่างไร แต่หากพบว่ามีการจำหน่ายเกินราคา สามารถร้องมาที่ สายด่วน 1569 โดยหากพบว่ามีการจำหน่ายเกินราคา มีความผิดตามมาตรา 25 โดยมีอัตราโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี ปรับ 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือมีการจำหน่ายแพงเกินสมควร มีการกักตุน มีความผิดตามมาตรา 29 และ 30 ซึ่งมีโทษหนักจำคุก 7 ปี ปรับสูงสุด 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

